บทที่ 5 เจ้าซ่อนอาหารไว้รึ

เลี่ยงรุ่ยที่ถอดเสื้อออกเหลือเพียงกางเกงชั้นในตัวเดียว ก็เดินไปเปิดประตูทันที

“มีเรื่องอันใดหรือขอรับ”

คนด้านนอกมองเข้ามาด้านในก็ต้องตกตะลึง เมื่อทั้งสองแทบจะเปลือยเปล่า ทั้งยังข้าวของที่ระเกะระกะไปทั่วห้อง แต่เมื่อลองสูดดมกลิ่นอาหารก็ไม่เห็นจะมีเช่นที่ จางเฉิงวิ่งไปบอกสักนิด

“เจ้าแอบซ่อนอาหารไว้ใช่หรือไม่” แต่เพราะไม่อยากจะเสียหน้า นางฮั่วซื่อจึงได้ร้องถามออกมา พร้อมทั้งหันไปมองตำหนิหลานชายสุดที่รักของตน ว่าไม่ดูให้ดีเสียก่อน

“จะมีได้อย่างไรขอรับ ท่านย่าก็เห็นว่าข้ามิได้ถือสิ่งใดกลับมาที่ห้อง” เลี่ยงรุ่ยเอ่ยตอบด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย

“พวกท่านจะมองอีกนานหรือไม่ วันนี้วันเข้าหอของข้า หรือพวกท่านอยากถูกชาวบ้านนินทา แม้แต่หลานชายจะเข้าหอก็ยังคิดจะขัดขวาง” หลินเยว่เอ่ยถามออกมาอย่างไม่ไว้หน้า

ผ้าห่มที่เลื่อนหล่นลงมาเผยให้เห็นไหล่มนที่ขาวผ่องจนน่ายื่นมือไปลูบไล้ จางเฉิงที่เห็นเช่นนั้นก็เผลอกลืนน้ำลายลงคอ จนเลี่ยงรุ่ยต้องขยับเพื่อบังไม่ให้เขามองเข้ามาด้านในห้อง

“เหอะ ไม่คิดว่าคุณหนูเกาจะเอ่ยเรื่องน่าอายเช่นนี้ออกมาได้” นางหงซื่อเอ่ยตำหนิหลินเยว่

“อ้อ หรือท่านอาสะใภ้มิทำเรื่องเช่นนี้เจ้าคะ” นางเอ่ยถามด้วยใบหน้าใสซื่อ

“ดู ท่านแม่ หลานสะใภ้ที่ท่านเลือกปากร้ายยิ่งนัก” แม้แต่นางฮั่วซื่อก็ดูเหมือนจะแปลกใจไม่น้อย เพราะตอนที่ถูกนางเจินซื่อเรียกไปคุยนางรู้มาว่าคุณหนูใหญ่เกา มิใช่สตรีปากมาก ทั้งยังหัวอ่อน หรือว่านางจะถูกหลอกเสียแล้ว

“ไป กลับเรือน” นางฮั่วซื่อร้องสั่งให้ทุกคนกลับเรือน เพราะไม่อาจจะจับพวกเขาได้คาหนังคาเขา ทั้งยังเสียหน้าอยู่ไม่น้อยที่ถูกหลินเยว่ตอกหน้าเข้าให้

 คงมีเพียงจางเฉิงที่ยังชะเง้อคอมองเข้ามาด้านใน เพื่อให้ได้เห็นพี่สะใภ้อีกสักครั้ง แต่ก็ถูกจางเลี่ยงรุ่ยปิดประตูใส่หน้า จนเกือบจะกระแทกหน้าของเขาเข้า

“ท่านหยิบชุดให้ข้าหน่อย” หลินเยว่บอกเขา

“หึ เจ้าอยากจะเปิดเผยให้พวกเขาเห็นมิใช่หรือ แล้วเหตุใดถึงให้ข้าเห็นไม่ได้” จางเลี่ยงรุ่ยไม่พอใจอย่างมากที่นางแสร้งทำผ้าห่มหลุดจนเผยให้เห็นไหล่ของนาง

“เพ้ย หากข้าไม่ทำเช่นนี้ แล้วพวกเขาจะเชื่อหรือไง ท่านหยิบให้ข้าเสียหน่อย”

แต่แทนที่จางเลี่ยงรุ่ยจะหยิบชุดให้นาง เขาเดินไปดับเทียน แล้วขึ้นไปนอนบนเตียงข้างนางแทน

“ท่าน” หลินเยว่ตกตะลึงไม่น้อยที่เขาขึ้นมานอนเลยไม่ยอมหยิบเสื้อผ้าให้นาง

“หากอยากใส่ก็ลุกขึ้นไปหยิบเอง” เขาตะแคงหันหน้าหนีทันที

เพราะเตียงไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนัก เมื่อขึ้นมานอนสองคนจึงดูเบียดอยู่ไม่น้อย

“ข้าหนาว” นางกระซิบบอกเขา เพื่อหวังว่าเขาจะไปหยิบชุดให้นาง

“อากาศร้อนเช่นนี้เจ้ายังหนาวอีกรึ”

“จาง เลี่ยง รุ่ย ท่านโกรธอะไรข้า ได้ ข้าไปหยิบเองก็ได้” นางทุบไปที่แขนของเขาหนึ่งที ก่อนจะใช้ผ้าห่มห่อตัวแล้วเดินไปหยิบชุดที่ปลายเตียง

แต่เพราะภายในห้องไร้แสงเทียน ผ้าห่มที่คลุมตัวก็หนาจนนางขยับตัวอย่างยากลำบาก ก่อนจะถึงปลายเตียงนางก็ล้มลงไปกองที่พื้นเสียแล้ว

“โอ๊ยยย” จางเลี่ยงรุ่ยรีบลุกขึ้นไปดูหลินเยว่ที่พื้นทันที

“เจ็บมากหรือไม่” เขาเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

“หากท่านช่วยข้าตั้งแต่แรกจะเกิดเรื่องเช่นนี้หรือไม่เล่า” นางทุบเขาไปอีกหลายที

“ต่อไปเจ้าอย่าได้ทำเช่นนั้นอีก สตรีมิอาจให้ผู้อื่นนอกจากสามีของนางเห็นเรือนร่างได้” แม้จะไร้แสงเทียนแต่สายตาและคำพูดที่จริงจังของจางเลี่ยงรุ่ย ก็ทำให้หลินเยว่รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย

“ข้าเข้าใจแล้ว” นางเอ่ยตอบออกมาเสียงเบา

เลี่ยงรุ่ยช่วยประคองนางขึ้นไปบนเตียง ก่อนจะ ไปหยิบชุดที่ปลายเตียงมาให้นางใส่ เขาหันหลังเข้ากำแพง เพื่อให้หลินเยว่สวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย

“เสร็จแล้ว ท่านขึ้นมานอนเถิด”

หลินเยว่ขยับเข้าไปด้านใน เพื่อให้จางเลี่ยงรุ่ยขึ้นมานอนได้ แต่ถึงจะขยับไปชิดด้านในที่สุดแล้ว แต่ไหล่ของทั้งคู่ก็แทบจะเกยกันอยู่ดี เรื่องนี้สร้างความอึดอัดใจให้หลินเยว่อยู่ไม่น้อย

“นอนไม่สบายเช่นนั้นรึ” เขาเอ่ยถามออกมา เมื่อนางขยับตัวเป็นรอบที่สามแล้ว

“อืม แต่ไม่เป็นไร ท่านนอกเถิด ท่านเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” นางอยู่แต่เพียงในห้องเฉยๆ ต่างจากจางเลี่ยงรุ่ยที่ต้องออกไปดูแลแขก ทั้งยังต้องเก็บข้าวของที่แขกกินแล้วไปล้างอีกด้วย

“อืม” เพียงไม่นาน เสียงหายใจของจางเลี่ยงรุ่ยก็สม่ำเสมอ เขาคงหลับไปเสียแล้ว

มีเพียงหลินเยว่ที่นางยังนอนไม่หลับ เพราะหมอนที่หนุนแข็งเกินไป ไหนจะเตียงที่เล็ก นางจะขยับตัวก็ไม่กล้า สุดท้ายเมื่อนอนนิ่งๆ ไปนานๆ นางก็ผล็อยหลับตามเลี่ยงรุ่ยไป

พอได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของนาง เลี่ยงรุ่ยก็ลืมตาขึ้น เขารู้ว่านางคงนอนไม่สบายตัว จึงได้จับศีรษะของนางมาหนุนที่แขนของเขาแทน

หลินเยว่ที่รู้สึกสบายตัวขึ้นมาทันที นางก็กอดก่ายจางเลี่ยงรุ่ยอย่างลืมตัว เขาก็ไม่คิดจะผลักตัวของนางออก เพราะเห็นใจนางอยู่ไม่น้อยที่ต้องมาแต่งให้กับบุรุษเช่นเขา

จางเลี่ยงรุ่ยไม่ใช่ไม่คิดที่จะตัดขาดกับตระกูล ต่อให้เขามีความกล้ามากเพียงใด นางฮั่วซื่อก็ไม่คิดจะปล่อยแรงงานชั้นดีเช่นเขาไปอย่างแน่นอน

ฟ้ายังไม่สว่างดี จางเลี่ยงรุ่ยก็ขยับตัวของหลินเยว่ให้ลงจากตัวของเขา จนนางรู้สึกตัวตื่น

เมื่อมองออกไปทางหน้าต่าง นางก็ซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มทันที

“ท่านจะรีบตื่นไปไหน ยังไม่เช้าเลย” นางพึมพำออกมา

“ข้ามีงานต้องทำ เจ้านอนพักต่อเถิด”  เขาช่วยห่มผ้าให้นางก่อนจะลุกขึ้นใส่เสื้อผ้า เพื่อออกไปจัดการงานของตนเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป